จากตัวเลือกเฉพาะกลุ่ม สู่ตัวเลือกกระแสหลัก
เมื่อ 5-6 ปีก่อน พวงหรีดกระดาษยังเป็นตัวเลือกเฉพาะกลุ่มที่คนรักสิ่งแวดล้อมมองหาเป็นพิเศษ แต่ปัจจุบันกลายเป็นตัวเลือกกระแสหลักที่วัดหลายแห่งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเริ่มคุ้นเคย เพราะจัดวางง่าย ไม่ทิ้งเศษดอกไม้ให้ต้องทำความสะอาดหลังงาน
แรงผลักส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมดอกไม้สดเอง ทั่วโลกกว่า 80% ของดอกไม้ที่ซื้อขายเป็นดอกไม้นำเข้าข้ามประเทศ ต้องพึ่งการขนส่งทางอากาศแบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งช่วงพีคเพียง 3 สัปดาห์ก่อนวันวาเลนไทน์ปีเดียว ปล่อยคาร์บอนรวมกันกว่า 360,000 ตัน เมื่อผู้บริโภคเห็นภาพต้นทุนแอบแฝงนี้ชัดขึ้น พวงหรีดกระดาษที่ตัดขั้นตอนเหล่านี้ออกทั้งหมดจึงกลายเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่สำหรับคนที่สนใจสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษอีกต่อไป
แรงผลักจากภาคธุรกิจและองค์กร
องค์กรจำนวนมากมีนโยบายด้านความยั่งยืนที่ต้องรายงานผล การเลือกพวงหรีดกระดาษแทนดอกไม้สดจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายบริษัทไปโดยอัตโนมัติ เมื่อพนักงานในองค์กรเสียชีวิตหรือต้องส่งพวงหรีดในนามบริษัท
แรงผลักนี้ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมของพนักงานรุ่นใหม่เองด้วย ผลสำรวจของ Deloitte พบว่า 70% ของ Gen Z และมิลเลนเนียล ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในการเลือกทำงานกับองค์กร เมื่อค่านิยมนี้แพร่เข้าไปในหลายบริษัท การเลือกของที่ใช้ในนามบริษัท ไม่ว่าจะเป็นพวงหรีดหรือของกำนัลอื่นๆ จึงถูกทบทวนใหม่ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนขององค์กรไปด้วย
ลองเปลี่ยนมาใช้พวงหรีดกระดาษของหรีดอารักษ์ในงานถัดไป แล้วจะเห็นความแตกต่างทั้งเรื่องความสวยงามและความคุ้มค่า

